หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์  | กระดานถาม-ตอบ  | ระบบงานศาลยุติธรรม   |
  ศาลจังหวัดตลิ่งชัน
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2557  
หน้าแรก 
ข้อมูลทั่วไป 
คณะตุลาการศาลยุติธรรม 
คณะผู้ประนีประนอม 
ข้าราชการศาลยุติธรรม 
แผนที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน  
Download Form  
ติดต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน  
โปรแกรมสืบค้นข้อมูลอัตราค่านำหมาย 
สำนักงานเขตในอำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชัน  
แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ 
ผู้ดูแลระบบ 

การขอตั้งผู้จัดการมรดก
              ขณะที่บุคคลมีชีวิตอยู่นั้น อาจมีทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ เมื่อบุคคลเหล่านั้นถึงแก่ความตาย ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่และความรับผิดดังกล่าวของผู้ตายดังกล่าว หากไม่เป็นเรื่องเฉพาะตัวหรือมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็จะเป็น “มรดก” หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย อาจมีปัญหาข้อขัดของในการจัดการมรดก หรือแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท จึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
                ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก มี 3 ประเภท ดังนี้
                1. ทายาทโดยธรรม ตามกฎหมายได้แบ่งทายาทโดยธรรมไว้ 6 ลำดับ   ได้แก่ ผู้สืบสันทาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่ร้องร่วมแต่บิดามารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย,ลุง ป้า น้า อา รวมทั้งคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายก็ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายและมีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ แต่ทายาทที่ลำดับชั้นที่สนิทกับเจ้ามรดกมากที่สุดเท่านั้นมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย เช่น หากผู้ตายมีบุตร ทายาทชั้น ปู่ ย่า ตา ยาย ก็ไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก เป็นต้น
                2. ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึง ผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับกองมรดกของผู้ตาย เช่น ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย แต่มีทรัพย์สินที่เกิดจากการทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตายเป็นต้น
                3. พนักงานอัยการ ซึ่งทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลแทนตนเองได้
            คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก
                ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ต้องบรรลุนิติภาวะไม่เป็นบุคคลวิกลจริตไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
                การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกให้ยื่นต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย หากผู้ตายมีมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ซึ่งมีศาลที่สามารถยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ มีดังนี้
                - กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลจังหวัดตลิ่งชัน และศาลจังหวัดพระโขนง
                - ต่างจังหวัดได้แก่ ศาลจังหวัด
 
 
     เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ประกอบในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่
                1.หลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับผู้
ตาย เช่น สูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญการสมรส
                2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ร้อง
                3. มรณบัตรของผู้ตาย
                4.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตายหรือแบบรับรองรายการ
ทะเบียนราษฏร์
                5. หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตาย   เช่น 
โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ สมุดบัญชีเงินฝาก
ธนาคาร รายการจดทะเบียนรถยนต์ ใบหุ้น   ฯลฯ
                6. บัญชีทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก
                7. หนังสือให้ความยินยอมของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก   
                8. หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลของเจ้า
มรดก ผู้ร้องและทายาท (ถ้ามี)
 
                สำหรับการยื่นคำร้องนั้น สามารถดำเนินการได้หลายช่องทาง เช่น ติดต่อทนายความ หรือพนักงานอัยการเขียนคำร้องและยื่นคำร้องต่อศาล   หรือยื่นคำร้องด้วยตนเอง ซึ่งมีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้
               1. ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมสำเนาเอกสารประกอบคำร้อง บัญชีระบุพยาน จำนวน 2 ชุด ต่อเจ้าหน้าที่งานรับฟ้อง
               2. ชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล   จำนวน 200 บาท    
ค่าประกาศหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งการขอตั้งผู้จัดการ
มรดก จำนวน 500 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่งาน รับฟ้องจะกำหนดวันนัดไต่สวนให้ผู้ร้องทราบ ซึ่งโดยปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ   45 วัน เพื่อให้ประกาศมีผลบังคับตามกฎหมาย
                3. เมื่อถึงวันนัดไต่สวนผู้ร้องต้องนำพยานเอกสารที่ระบุไว้ในบัญชีพยานเข้าไต่สวนต่อศาล ซึ่งจะต้องเตรียมต้นฉบับเอกสารที่ระบุเป็นพยานทั้งหมดมาแสดงต่อศาลด้วย   และผู้ร้องจะต้องชำระเงินค่า
อ้างพยานเอกสารที่ยื่นประกอบคำร้องขอจัดการมรดก   โดยคิดฉบับ
ละ   5   บาท รอฟังคำสั่ง และขอคัดคำสั่งและรับรองสำเนาถูกต้องไป
ดำเนินการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท
ของผู้ตายต่อไป

จำนวนผู้เยี่ยมชม : 4847